feelin’ good

The Power of a Positive “No”

คนไทยมักหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง และการเผชิญหน้ากับปัญหา เพราะด้วยวัฒนธรรมไทย ที่หล่อหลอมให้เด็กเคารพผู้ใหญ่ อ่อนน้อมถ่อมตน ไปมาลาไหว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่งดงาม แต่ในความงดงามนี้ นำมาซึ่งจุดอ่อนของคนไทยคือ การไม่กล้าปฏิเสธ

เคยไปอ่านตามเวปท่องเที่ยวไทย แล้วเจอเข้าอย่างจัง กับคอมเม้นต์ของฝรั่งขี้นกคนนึง ที่เรียกว่า ขี้นก เพราะฝรั่งดีๆ คงไม่ทำการกระทำเช่นนี้ ในคอมเม้นต์ ฝรั่งคนนี้เล่าอย่างมันส์ปากว่า เคยเข้าไปกินข้าวในร้านอาหารแห่งหนึ่งในเืมืองไทย กับบาร์เกิลล์ แล้วเกิดต้องตาผู้หญิงโต๊ะข้างๆ ที่มากับแฟนหนุ่ม แต่แกไม่แคร์ เพราะรู้ว่าผู้ชายไทยไม่กล้ามีเรื่อง เลยพูดจาจีบซึ่งๆ หน้า ผู้ชายไทยทำหน้าไม่พอใจ แต่แกก็ไม่หยุด ยิ่งคะนองปาก พูดหยาบคายมากขึ้น สุดท้ายผู้ชายไทยทนไม่ไหว จูงแฟนสาวเดินหนีไป ฝรั่งคนนี้สรุปว่า ชายไทยได้แต่เบ่ง แต่พอมีเรื่องจริงๆ ก็ขี้ขลาด ถ้าเป็นฝรั่ง คงเดินมาชกหน้าแก ตั้งแต่คำแรกที่แกพูดแล้ว

ที่เล่า ไม่ได้จะตำหนิใคร แต่อยากจะชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างของวัฒนธรรม ในขณะที่ฝรั่งเร็วต่อการแสดงความไม่พอใจ คนไทยกลับเลือกที่จะรอดู และหาทางหนี ปัญหาจึงเกิดกับทั้งสองฝ่าย นั่นคือ ฝรั่งมักจะมีเรื่องมากกว่าความจำเป็น และคนไทยมักจะปล่อยให้เรื่องเล็ก ลามปามเป็นเรื่องใหญ่

ในหนังสือชื่อ The Power of a Positive “No” โดยโปรเฟสเซอร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ด้านการต่อรอง William Ury เสนอวิธีการปฏิเสธ ที่เหมี่ยวคิดว่า น่าจะมีประโยชน์ต่อทั้งคนไทยและเทศ

หนังสือกล่าวถึงวิธีการปฏิเสธ ที่จะทำให้ผู้ถูกปฏิเสธ รู้สึกไม่พอใจน้อยที่สุด และยอมรับในการตัดสินใจของเรา Ury แบ่งการปฏิเสธเป็น 3 ขั้นตอนง่ายๆ คือ Yes. No. และ Yes? โดยที่ Yes. แรก หมายถึง การพูดถึงเหตุผลที่เราปฏิเสธ อย่างเป็นกลาง ไม่ต่อว่า ตำหนิใคร No. หมายถึง การพูดปฏิเสธอย่างชัดเจน เป็นการแสดงว่า เรามั่นใจในการตัดสินใจของเรา ซึ่งจะทำให้ผู้ถูกปฏิเสธยอมรับได้ง่ายขึ้น และสุดท้าย Yes? หมายถึง การโน้มน้าวให้ผู้ถูกปฏิเสธเห็นด้วยกับเรา เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ

สามขั้นตอนนี้ ไม่จำเป็นต้องทำตามลำดับ สมมุติว่า นักเขียนคนหนึ่ง ถูกเชิญให้ไปบรรยายเกี่ยวกับหนังสือของเขา ตามหลักของ Ury ข้างต้น ถ้าเขาจะปฏิเสธ คงจะพูดว่า “(Yes?) ขอบคุณมากครับ ที่บริษัทของคุณสนใจหนังสือของผม (Yes.) แต่ผมมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เวลากับครอบครัวในช่วงนี้ (No.) ผมจึงไม่สามารถไปบรรยายได้ (Yes?) หากปีหน้าคุณยังสนใจให้ผมไปบรรยายอยู่ ผมจะไม่ขัดข้อง ขอบคุณอีีกครั้งครับ”

วิธีของ Ury ไม่ใช่ความรู้ใหม่ แต่เป็นอะไรที่เรามักจะลืม เวลาเราใช้อารมณ์ในการปฏิเสธ อีกจุดที่สำคัญในทฤษฎีของ Ury คือการเคารพ และเห็นใจฝ่ายตรงข้าม จากใจจริง ไม่ว่าเขาจะก้าวร้าวเพียงใด เพราะหากเราเคารพในฐานะที่เขาเป็นคนแล้ว คำพูดของเราจะบ่งบอก และเขาก็จะเคารพและเห็นใจเราเช่นกัน

โดยสรุป การปฏิเสธให้ได้ผล มาจากความเคารพ และไม่ใช้อารมณ์ แต่สำหรับคนไทยแล้ว น่าจะเพิ่มอีกข้อ คือ อย่าใจเย็นจนเกินไป ถ้าต้องปฏิเสธ ก็ควรทำทันที

ปล. หนังสือหาซื้อได้ที่ B2S สาขาเซ็นทรัลบางนา ราคา 500 กว่าบาท เหมี่ยวไปแอบอ่านตอนรอแม่ตัดผม

ปล 2. คิดว่าครั้งนี้ เขียนภาษาไทย ได้ดีที่สุดเท่าที่เคยเขียนมา ดีใจ ใช้เวลา 2 ชั่วโมงกว่าแน่ะ

5 responses

  1. what pretty good story it is.

    April 30, 2008 at 9:57 pm

  2. tr

    Yes, no, ok ใช่เลย XD

    Yes no yes น่าจะเป็น Solution ที่ดีสำหรับการปฎิเสธไม่ให้เสียน้ำใจ

    แต่ถ้าเกิดจะปฎิเสธจริงๆก็ No ไปเลย ตอบตรงๆดีที่สุด

    April 30, 2008 at 10:18 pm

  3. เย๋ย ตก a
    กรี๊ดสลบ T_T

    April 30, 2008 at 10:19 pm

  4. Sea

    ถ้าเราเขียนเป็นภาษาอังกฤษ เราคงเขียนภายในสองชั่วโมงเหมือนกันแน่เลย – -“

    April 30, 2008 at 10:47 pm

  5. เอาไปใช้ได้หลายทางจริงๆ
    อยากอ่าน แต่คงซื้อไม่ไหว ไว้ไปยืนอ่านบ้าง ๕๕

    May 8, 2008 at 9:27 pm

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s