My 5-min on Chris Delivery

As I’ve blogged about my tv shoot some time ago, here’s the vdo. Special thanks to P’Dog (@rerngrit) for recording it. I just realized some time after that Chris Delivery didn’t upload past shows to its website anymore. If it weren’t for P’Dog, I wouldn’t have had a good quality copy [...]

“Sawan Bieng”, the Thai TV Series that Deserves Condemnation?

I blogged about the controversial Thai TV series “Sawan Bieng” (translation: Heaven Takes Sides) yesterday, and it spawned some disagreements on my usage of the word “perfect” to describe the series. Particularly, tewson and idiotao expressed that, given the violent nature of the story (~50% is rape), the series is far from perfect. They [...]

“สวรรค์เบี่ยง” อุทาหรณ์ของความรัก

ละครเรื่อง “สวรรค์เบี่ยง” สอนให้เรารู้ว่า ความรัก เป็นอารมณ์ที่มีอานุภาพมาก ทั้งในแง่บวกและลบ สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนไม่ดี ให้กลับกลายเป็นคนดีได้ ดั่งเช่น คาวี พระเอกของเรื่องที่คอยจ้องแต่จะเอาชนะขนาดข่มขืน นารินทร์ ผู้เป็นน้องสาวของศัตรู ยังสามารถกลับตัวกลับใจและสำนึกผิด เพราะความรักที่มีให้กับนารินทร์ แต่ความรัก หากใช้ไม่ถูกวิธีแล้ว นั่นคือ ยอมปล่อยให้ความรักนำพามาซึ่งอารมณ์ในแง่ลบ เช่นความโกรธและความอาฆาต ความรักก็สามารถทำให้คนดีๆ กลายเป็นคนที่คอยจ้องจะทำร้ายผู้อื่นได้เหมือนกัน อย่างที่ ลีลา ศัตรูของคาวี ผิดหวังในความรัก จนยอมให้ความแค้นเข้ามาแทนที่
เนื่องจากความรักมีอานุภาพส่งผลดีและเสียถึงเพียงนี้ เราจึงควรจะระวังให้มากเวลาเผชิญกับเหตุการณ์ที่มีความรักเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะการกระทำของเราเพียงเสี้ยวเวลานี้ อาจจะทำให้ชีวิตของใครบางคน ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป และนั่นจะส่งผลกลับมาที่ตัวเรา เราอาจจะดีใจกับการกระทำครั้งนั้นไปตลอดชีวิต หรือเสียใจกับการกระทำครั้งนั้นไปตลอดชีวิตก็เป็นได้
“สวรรค์เบี่ยง” เป็นละครไทยที่เพอร์เฟ็ค ดีทั้งตอนเริ่มและตอนจบ ดำเนินเรื่องเร็วไม่จงใจยืดเวลาเก็บค่าโฆษณา นักแสดงเข้าถึงบทบาททุกคน แม้กระทั่งตัวประกอบที่มีบทเพียงแค่ฉากเดียว จนทำให้บางทีเผลอนึกไปว่า กำลังดูชีวิตจริงๆ ของคนกลุ่มหนึ่ง ไม่ใช่ละครจากจอสี่เหลี่ยม บวกกับข้อคิดเรื่องความรักแล้ว “สวรรค์เบี่ยง” คงจะอยู่ในใจคนดู ไปอีกนานทีเดียว

A TV Shoot with “Chris Delivery”

จำได้ว่าเคยออกทีวีครั้งแรกตอนสามขวบ (จริงๆ แล้วจำไม่ค่อยได้หรอก แม่เล่าให้ฟัง) ตอนนั้นเต้นเพลง ออกลายมาเลย ใส่ชุดลายเสือ ถุงมือสีขาว ยืนส่ายก้นไปมาเป็นเวลาครึ่งชั่วโมง พอเสร็จงานได้ค่าตัวจากช่อง 11 มา 50 บาท
หลังจากนั้นตอนประมาณเจ็ดขวบ อยู่ Grade 2 (ได้ข้ามชั้นนิดนึง) ได้ไปออกรายการ แบบเด็กเด็ก ทางช่อง 9 เป็นเกมโชว์สำหรับหนูน้อย โดยมีอาต้อย เศรษฐา และพี่อีฟ เป็นพิธีกร ช่วงนั้นพอดีเป็นช่วงสงกรานต์ เลยได้แต่งชุดไทยพองๆ แต่งหน้า เกล้าผมจุก จำได้ว่าเกมมีทั้งหมดสามด่าน แต่ผ่านไปได้ถึงแค่ด่านที่สอง แพ้เด็กอีกคนนึงที่เคยแสดงละครช่อง 3 เป็นส้มฉุน (จำชื่อของละครไม่ได้) เลยได้เงินรางวัลกลับบ้าน 10,000 บาท แต่ต้องจ่ายภาษี 30% (ตรงนี้จำได้ขึ้นใจ ดูสิ กับเด็กยังอุส่าห์เก็บ) เลยได้จริงๆ 7,000 บาท เป็นเงินก้อนแรกที่หาได้โดยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ดีใจมาก เอาไปซื้อชุดว่ายน้ำราคาพันกว่าบาท รู้สึกภูมิใจสุดๆ ใส่ชุดนี้ไม่ยอมเปลี่ยนจนโต
พอจบจาก [...]