Posted on May 29, 2008 by mameou
เหมี่ยวทำสำเร็จ!
ก่อนอื่น จะสรุปผลโดยพูดคร่าวๆ ถึงสภาวะที่เกิดขึ้นในสามวันที่ผ่านมา หลังจากนั้นจะแจกแจงข้อดีข้อเสีย แล้วประเมินสเตปต่อไป
The Three Days in Brief
วันที่ 1
เช้ากับกลางวันราบรื่น แต่พอ 5 โมงเย็น หิวมากๆ ยิ่งแม่หิ้วกับข้าวกลับมาจากตลาด ยิ่งรู้สึกทนไม่ไหว จะวิ่งขึ้นไปไหว้พระขอลาจากศีล แต่ก็รู้สึกผิด เพราะได้ตั้งใจไว้แล้ว เลยนั่งตั้งสติ ชั่งใจอยู่นาน ว่าลาดี ไม่ลาดี คงจะนั่งคิดอยู่นานมาก หลับไปเลย ตื่นมาอีกทีก็ดึกแล้ว ไม่หิวอีก
วันที่ 2
พอไหว กินนมหนึ่งแก้วกันโรคกระเพาะ แต่ทำงานได้น้อย เพราะคิดนิดหน่อย ก็เหนื่อยเสียแล้ว
วันที่ 3
แทบไม่รู้สึกอะไร กินนมหนึ่งแก้วกันโรคกระเพาะตามเดิม ทำงานได้มากขึ้น เกือบเป็นปกติ
Evaluation
ร่างกาย
ข้อดี: นอน ตื่น กิน ทำงาน เป็นเวลา ชีวิตจึงเป็นระบบมากขึ้น คางแหลมขึ้น เอวชัดขึ้น
ข้อเสีย: เจ็บคอเนื่องจากร่างกายอ่อนเพลีย กินนมแล้วสิวขึ้น
จิตใจ
ข้อดี: มีสติสัมปัชชัญญะมากขึ้น ลุ่มหลงไปในอารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นประจำวันน้อยลง
ข้อเสีย: อารมณ์ขุ่นมัวมากเวลาหิว
การงาน
ข้อดี: เนื่องจากทำงานเป็นเวลา จึงเครียดน้อยลง ตั้งใจทำขณะอยู่ในเวลาทำงาน พอหมดเวลาก็หยุด พอไม่เถลไถล [...]
Filed under: Serious Talk | Tagged: health, life | 4 Comments »
Posted on April 16, 2008 by mameou
This past 3 days I’ve been addicted to strawberry milkshakes. Okay, there are no strawberries in it, but at least it tastes just like it does. The strawberry effect can be achieved with bananas and sala-flavored syrup. (I learned this from Arjarn Yingsak in Talard Sanarm Pao show.)
The milkshake looks just like this, with the [...]
Filed under: Lighthearted Talk, Talks in English | Tagged: food, health | 4 Comments »
Posted on January 20, 2008 by mameou
Forwarded from my cousin Suwimol Kanjanapusit:
อยากให้ทุกคนได้อ่านบทความดีๆ เสี้ยวหนึ่งจาก ท่าน ว.วชิรเมธี
ที่เมืองไทยปีที่แล้วมีข่าวเกรียวกราวมาก
คือมีดาราคนหนึ่งซึ่งมีชื่อดังมาก
เป็นคนดำเนินรายการคนค้นคน
ดร.อภิวัฒน์ วัฒนางกูร นะ
มาเรียนที่อเมริกา
เป็นคนเพอร์เฟคชั่นนิส
ทำงานทุกอย่างต้องดูดีที่สุดแม้กระทั้งล้างจาน
ล้างเสร็จแล้วแกต้องเอามาดมดู
ว่าสะอาดจริงมั้ย
กลับไปเมืองไทยก็ไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย
มีแฟนก็จีบดาวมหาวิทยาลัยเลย
ต้องให้ดีที่สุด
เวลาแกไปเสนองานอะไรต่าง ๆ
เขียนไว้สามแผน
แผนที่หนึ่งลูกค้าไม่ซื้อ
แกเสนอแผนที่สอง
แผนที่สองลูกค้าไม่ซื้อแกเสนอแผนที่สาม
ใครไปดีลงานกับแกติดทุกราย
แกมีบ้าน มีรถ มีลูก มีภรรยา
มีธุรกิจ
มีชื่อเสียงทุกอย่าง
แกมีทุกอย่าง
วันหนึ่งแกพักผ่อน
หลังจากที่ทำงานแบบไม่ได้พักเลย
ลุกเมียไปขอพบ
บอกไปเจอพ่อที่ออฟฟิต
วันหนึ่งแกไปพักที่ปากช่อง
ตื่นขึ้นมากลางวันล้มฟุ๊บลงไป
ภรรยาพาเข้าโรงบาล
ตรวจพบมะเร็ง
พอพบปุ๊บเป็นระยะสุดท้ายเลย
จริง ๆ เค้าก็เตือนตลอด
แต่พอไม่มีเวลาไปตรวจมันก็แก้ไม่ได้
แกไปนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล
แล้วก็สารภาพให้รายการคนค้นคน
บันทึกชีวิตแก
ก่อนจะเสียชีวิต
แกก็ไปนอนให้พ่อแม่เช็ดเนื้อเช็ดตัว
แกก็บอกว่าสังเวชตัวเองมากแทนที่ลูกจะได้ดูแลพ่อแม่
กลับมาเป็นว่าพ่อแม่ต้องมาดูแลลูก
ก่อนจะเสียชีวิตแกให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์คมชัดลึกบอกว่า
พ่อผมเคยบอกว่า
เกิดเป็นคนต้องได้ปริญญาสองใบ
ปริญญาใบที่หนึ่ง
” ปริญญาวิชาชีพ “
เราจะต้องทำมาหากินเป็น
กินอิ่ม นอนอุ่น พูดง่าย ๆ
ล้วงไปในกระเป๋าแล้วมีเงินใช้
อยากจะนอนมีบ้านเป็นของตัวเอง
แค่นี้คือปริญญาวิชาชีพ
แต่ ” ปริญญาวิชาชีวิต “
ซึ่งเป็นปริญญาใบที่สองที่พ่อแกบอกไว้
แกบอกว่าผมสอบตกโดยสิ้นเชิง
ผมเป็นดอกเตอร์จากอเมริกาได้ปริญญาวิชาชีพ
แต่ปริญญาวิชาชีวิตสอบตก
เพราะอะไร
เพราะทำงานจนป่วยตาย
ก่อนที่จะเสียชีวิตแกได้สารภาพว่าผมได้เตรียมทุกอย่าง
บ้าน รถ
มอบมันให้กับลูกและภรรยา
แต่ในวันที่ผมมีทุกสิ่งทุกอย่าง
ผมกลับลืมมอบหนึ่งอย่างให้กับลูกและภรรยา
สิ่งนั้นคือสิ่งที่ผมลืมและทำให้ผมล้มเจ็บใหญ่ครั้งนี้
สิ่งที่ว่านี้คือผมลืมมอบตัวเองเป็นของขวัญให้กับลูกและเมีย
เพราะทำงานหนักจนกระทั่งป่วยตาย
นี่คือปริญญาวิชาชีวิต
ธรรมะเราจะต้องมี
ถ้าเราไม่มีธรรมะ
เราจะกลายเป็นหุ่นยนต์เท่านั้นเอง
ที่ทำงานแทบล้มประดาตายแล้วสุขภาพไม่ดี
ดังนั้นเมื่อเราทุกคนทำงานแล้ว
อย่าลืมชั่วโมงสุขภาพของตัวเองในแต่ละวันนะ
แต่ละวันควรจะมี
ให้ดูแลตัวเอง ดูจิต
ดูใจตัวเอง
ว่าเราเอ๊ะมันทุกข์
มันทุกข์มากเกินไปรึเปล่า
แบกเรื่องโน้นเรื่องนี้
เกินไปหรือเปล่า
พยายามลดลงในแต่ละวัน ๆ
เพื่อที่ว่าอะไร
เพื่อที่ว่าเราจะได้ปริญญาสองใบในชีวิต
หนึ่งปริญญาวิชาชีพ
เราทำมาหากินจนประสบความสำเร็จร่ำรวยมั่งคั่ง
มีเงินมีทองใช้มีบ้านอยู่
แต่ต้องไม่ลืมปริญญาใบที่สอง
คือวิชาธรรมะ
สำหรับจะดูแลชีวิตให้ดำเนินอยู่ในทางสายกลาง
ไม่ทุกข์เกินไปไม่เดือนร้อนเกินไป
ทำอะไรให้พอดี
พอดีอยู่ดีมีสุข
อยากเที่ยวให้ได้เที่ยว
อยากพักให้ได้พัก
อยากทำบุญให้ได้ทำบุญ
ลูกหลานมาหาก็ให้ได้มีเวลากับลูกกับหลานบ้าง
อย่าวิ่งไปจนซ้ายสุด ขวาสุด
และมารู้สึกตัวอีกทำจนล้มเจ็บใหญ่ไม่ดี
เพราะอะไร
เพราะว่าสิ่งสูงค่าทีสุดในชีวิตของเรา
เคยมีคนไปทูลถามพระพุทธเ้จ้า
ว่าอะไรคือสิ่งสูงค่่าที่สุด
บางคนก็ตอบเงิน
บางคนก็ตอบเพชร
บางคนก็ตอบทอง
บางคนก็ตอบอำนาจ
บางคนก็ตอบราชบัลลังก์
พระพุทธเจ้าบอกไม่ใช่
สิ่งสูงค่าที่สุดในชีวิตของพวกเธอคือสุขภาพและชีวิต
สุขภาพก็คือการที่เราไม่เจ็บไข้ได้ป่วย
คนที่สุขภาพดีดื่มน้ำธรรมดาก็อร่อยนะ
และก็ชีวิตของเรา
Filed under: Lighthearted Talk | Tagged: health, life, philosophy, Wor Wachiramethi | 3 Comments »
Posted on January 17, 2008 by mameou
ลองนั่งนิ่งๆ ฟังเสียงกระซิบจากจิตใจ…
ฟังเสียงคนแล้ว ใจเราคิดตาม
คนนู้นเป็นแบบนี้ คนนี้เป็นแบบนู้น
คิดตามจน ลืมตัวเรา
ฟังเสียงใจแล้ว ปล่อยสมองว่างเปล่า
ปล่อยทุกสิ่ง ลอยตามสายลม
ลมเย็นกระทบเบาๆ …
สบายใจ
Complimentary: ‘Feel Good’ song (from Dtac spot)
Filed under: Lighthearted Talk | Tagged: health, life, philosophy | Leave a Comment »
Posted on January 17, 2008 by mameou
เคยง่วงมากๆๆ แต่นอนไม่หลับมั้ย ? พลิกไปพลิกมา อุ๊ย ตีสามซะแร๊ว
พี่ซีบอกว่า ตามตำราจีน เป็นเพราะว่ากระเพาะเย็น เยือก
วิธีแก้ ต้องห้ามกินของเย็นๆ (ก็แหงสิ) แต่ไม่ใช่แค่ห้ามกินน้ำแข็งนะ
ส้ม ขนมปัง ก็ถือว่าเป็นของเย็นเหมือนกัน
รู้มาแค่นี้แหละ ใครมีความรู้เรื่อง ยั๊วะๆ เลี้ยงๆ (ร้อนๆ เย็นๆ) ช่วยเพิ่มเติมด้วยนะคะ
Filed under: Lighthearted Talk | Tagged: health, life | 6 Comments »
Posted on January 16, 2008 by mameou
เคยสบายดีบ่อยๆ จนเบื่อมั้ย ?
ไม่เคยล่ะซี่… เวลาสบายดีมักลืมตัว ไม่รู้หรอกว่า ตอนนี้เรากำลังสบายดีอยู่นะ ถ้าไม่สบายอยู่สิ เมิงงง เมื่อไหร่จะหาย
เหมี่ยวก็ไม่เคย ‘สบายดีจนเบื่อ’ หรอกนะ เพราะว่า ไม่ค่อยจะได้สบายดีกับเค้าเลย ฮ่าๆ
ไม่สบาย จนจะนึกว่า เป็นเรื่องปกติไปซะแล้ว สามวันดี สี่วันขี้ เอ้ย ไข้ เป็นๆ หายๆ ไม่เบื่อหรอก
ใครเบื่อๆ ขอเชิญร่วมก๊วนเจ้าค่าาา ฮ่าๆ
Filed under: Lighthearted Talk | Tagged: health, life | 4 Comments »