หลังจากที่เคยอดอาหารเย็นไปเมื่อสองวันก่อน ทำให้ติดรสชาติอาหารน้อยลงมาก อาหารที่เคยอร่อยวี๊ดว๊าย กินแล้วกลับรู้สึกเฉยๆ เวลาตักข้าวเข้าปากจะมีสติรู้โดยอัตโนมัติว่า ข้าวมันมีหน้าที่ทำให้เรามีชีวิตต่อไปเท่านั้น พอมันผ่านหลอดอาหาร กระดึ๊บลงไปถึงกระเพาะแล้ว มันก็จะถูกคลุกเคล้ากับน้ำย่อย ไม่เหลือความน่ากินเหมือนที่เคยมี หลังจากนั้นมันก็จะถูกผลักไสไล่ส่งเข้าลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ แล้วถูกขับออกมาเป็นอุจาระ เป็นขยะน่ารังเกียจที่ใครเห็นแล้วต้องร้องว่า อี๋ นั่นแหละ
ฉะนั้นหลังจากวันนั้น เวลาเหมี่ยวกินข้าวจะไม่รู้สึกอิ่มเอิบใจเหมือนทุกที เคี้ยวและกลืนตามหน้าที่เพื่อความจำเป็นเท่านั้น แต่ก็ใช่ว่าเวลาหิวแล้วจะไม่อยากกิน อยากค่ะ อยากมาก แต่พอคิดไปถึงตอนที่กินแล้ว จะหมดอยากทันที อาหารมันไม่น่าพิสมัยเลย
วันนี้เหมี่ยวเลยตั้งใจแต่เช้าว่าจะไม่กินข้าวเย็น พอตกค่ำกระเพาะเรียกร้อง บีบจนตัวเกลียว คิดอยากกินอยู่หลายรอบ แต่ก็ตัดใจได้พอนึกถึงอารมณ์ที่ได้ตอนกิน
ที่น่าแปลกคือ ครั้งนี้สมองไม่ล้าเท่าครั้งก่อน ดูทีวี อ่านหนังสือรู้เรื่องเกือบจะเหมือนปกติ คาดว่าร่างกายคงจะเริ่มเรียนรู้แล้วว่าเวลาไม่มีอาหารตกถึงท้อง มันควรจะไปดึงของในคลังมาใช้ให้เป็นประโยชน์
วันนี้มีเท่านี้ พรุ่งนี้ค่อย evaluate อีกทีว่าจะเลิกกินมื้อเย็นตลอดไปรึเปล่า
Filed under: Lighthearted Talk | Tagged: life, philosophy | 12 Comments »